อยากทำงานสาย Motorsport ต้องเรียนอะไร? ค้นหาคำตอบจาก "พี่เอส-กายสิทธิ์" ศิษย์เก่าวิศวะยานยนต์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) กับเบื้องหลังความสำเร็จในการคุมทีมแข่ง TRUE VISIONS MOTORSPORT THAILAND ด้วยหัวใจแบบ "โมโนซุคุริ"
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความเร็ว เสียงเครื่องยนต์ และความท้าทายในโลกของ Motorsport คำถามยอดฮิตในใจคงหนีไม่พ้น “เรียนวิศวกรรมยานยนต์ที่ไหนดีที่จะได้ลงมือทำจริง?” หรือ “จบออกไปแล้วจะมีโอกาสเติบโตในสายงานนี้แค่ไหน?”
วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกบทสัมภาษณ์สุด Exclusive กับ “พี่เอส - นายกายสิทธิ์ เติมศิริประเสริฐ” ศิษย์เก่ารุ่นบุกเบิก สาขาวิศวกรรมยานยนต์ (AE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) ซึ่งปัจจุบันก้าวสู่ตำแหน่ง Team Manager ของทีมแข่งระดับประเทศอย่าง TRUE VISIONS MOTORSPORT THAILAND และพาทีมคว้าแชมป์ระดับเอเชียมาแล้วถึง 2 สมัย อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เด็กสายลุยคนหนึ่ง กลายเป็นผู้บริหารจัดการทีมแข่งรถระดับมืออาชีพ? มาร่วมถอดรหัสความสำเร็จไปพร้อมกัน

1. ทำไมต้องเลือก "วิศวะยานยนต์ TNI" ตั้งแต่วันที่หลักสูตรเพิ่งเปิดใหม่?
พี่เอสเล่าให้ฟังย้อนกลับไปในวันที่ตัดสินใจเลือกเรียนที่ TNI ว่า “ตอนนั้นหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งมีความน่าสนใจและท้าทายมาก และเมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของการก่อตั้งสถาบันฯ เราเห็นความมั่นคงต่ออนาคต รวมถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่มีระเบียบแบบแผนในการทำงานที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้มั่นใจและตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่”
นอกจากโครงสร้างหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบโจทย์อุตสาหกรรมแล้ว บรรยากาศการเรียนการสอนของ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังมุ่งเน้นการสร้าง Mindset แบบวิศวกรยุคใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยวินัยและการวางแผนอย่างเป็นระบบ
2. "โมโนซุคุริ (Monodzukuri)" ปรัชญาญี่ปุ่นที่เปลี่ยนคนชอบลุย ให้เป็นยอดวิศวกร
หลายคนอาจจะสงสัยว่าสไตล์การเรียนที่ TNI แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร? พี่เอสได้แชร์ประสบการณ์ 4 ปีในรั้วสถาบันไว้อย่างน่าสนใจว่า:
“สถาบันค่อนข้างเน้นสอนวิชาการอย่างเข้มข้น แต่โดยส่วนตัวผมเป็นสายลุย เลยลองเชื่อในหลักการ ‘โมโนซุคุริ’ (Monodzukuri) หรือการคิดเป็น ทำเป็น และลงมือปฏิบัติจริง ปรัชญานี้แหละครับที่หล่อหลอมนักศึกษาทุกคนผ่านการทำโปรเจกต์จริง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหุ่นยนต์ หรือการสร้างรถ Student Formula (รถแข่งสูตรนักศึกษา)”
การได้ลงมือทำรถแข่งจริงตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ไม่ใช่แค่การรื้อเครื่องยนต์หรือขันน็อต แต่สิ่งสำคัญที่พี่เอสได้เรียนรู้คือ ระบบความคิดการทำงานสไตล์ญี่ปุ่น ความกล้าคิดพัฒนาสิ่งใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ 'การทำงานเป็นทีม'
“การทำทีม Student Formula สอนให้เราไม่กลัวความล้มเหลว และทำให้เราบริหารคน บริหารทีมเป็นตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จุดนี้แหละที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของศิษย์เก่าที่นี่ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากปรัชญาโมโนซุคุริของ TNI มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากครับ”

3. เส้นทางสู่สายงาน Motorsport ระดับเอเชีย และโอกาสเติบโตในไทย
จากความทุ่มเทในทีมรถแข่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงเรียน ต่อยอดกลายเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพจริง พี่เอสเริ่มต้นจากการชักชวนของรุ่นพี่ในวงการ โดยไต่เต้าจากตำแหน่ง Assistant Race Engineer, Race Engineer จนกระทั่งปัจจุบันก้าวขึ้นมารับบทบาทสำคัญอย่าง Team Manager
เมื่อถามถึงความมั่นคงในสายงาน Motorsport ในประเทศไทย พี่เอสให้มุมมองที่เป็นจริงและเปี่ยมด้วยโอกาสว่า: “งานสายนี้เป็นทีมกีฬา ความมั่นคงจึงขึ้นอยู่กับสปอนเซอร์และผู้สนับสนุนด้วย แต่พอเราสามารถพัฒนาตัวเองและทำทีมจนได้แชมป์เอเชียถึงสองสมัย เราจะพบเลยว่าในระดับภูมิภาคเอเชียยังมีความต้องการ Race Engineer สูงมาก ปัจจุบันผมอยู่ในสังกัดบริษัทฯ สวัสดิการและการเติบโตจึงมั่นคงมาก ส่วนรายได้ก็สูงขึ้นตามความรับผิดชอบ แม้ว่า Motorsport ในไทยจะเป็น Niche Market แต่ถ้าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ ตัวจริงในสายงานนี้ โอกาสเติบโตไปไกลระดับสากลเปิดกว้างแน่นอน”
นอกจากนี้ พี่เอสยังอวยยศ (ชื่นชม) คณาจารย์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ TNI (เช่น อาจารย์ภาสกร, อาจารย์พูลพร และอีกหลายท่าน) รวมถึงฝ่ายบริหารของสถาบันฯ ที่ซัพพอร์ตงบประมาณและผลักดันเด็กอย่างเต็มที่ในทุกกิจกรรม ช่วยหล่อหลอมให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

SHARE :