ร้านขายขนมมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่ปลายเดือนกลับต้องหาเงินมาจ่ายค่าวัตถุดิบ เรื่องแบบนี้ชวนตั้งคำถามว่า ร้านกำไรเท่าไร ลูกค้าจ่ายเงินแล้วหรือยัง และร้านต้องจ่ายอะไรบ้าง การบัญชีช่วยให้แยกคำถามเหล่านี้ออกจากกันและย้อนกลับไปดูหลักฐานได้
สมมติว่าร้านขายขนมได้ 100 กล่อง กล่องละ 50 บาท ยอดขายรวมคือ 5,000 บาท หากต้นทุนของขนมที่ขายอยู่ที่กล่องละ 30 บาท ต้นทุนขายจะเท่ากับ 3,000 บาท ส่วนต่าง 2,000 บาทคือกำไรขั้นต้นของตัวอย่างนี้
ร้านยังมีค่าจัดส่ง 500 บาทและค่าประชาสัมพันธ์ 300 บาท เมื่อหักสองรายการนี้ ผลต่างในโจทย์เหลือ 1,200 บาทก่อนรายการอื่นและภาษี ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลสมมติเพื่อฝึกแยกยอดขาย ต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายของร้าน
หากร้านรับเงินจากลูกค้าแล้ว 3,000 บาท ส่วนอีก 2,000 บาทลูกค้าจะจ่ายเดือนหน้า ร้านจะมีเงินรับจากการขายรอบนี้ 3,000 บาท ณ สิ้นเดือน สมมติว่าร้านจ่ายต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3,800 บาทในเดือนเดียวกัน เงินสดจากรายการชุดนี้จึงลดลงสุทธิ 800 บาท แม้โจทย์จะแสดงผลต่างหลังค่าใช้จ่ายเป็นบวก
เมื่อมองทั้งสองมุม เจ้าของร้านจะเห็นว่าควรตรวจรายการใดต่อ เช่น เงินที่จะรับจากลูกค้าและกำหนดจ่ายให้ผู้ขาย ข้อมูลนี้ช่วยให้วางแผนค่าใช้จ่ายรอบถัดไปได้โดยอาศัยวันที่รับและจ่ายจริง
ลองเขียนรายการขาย ค่าใช้จ่าย และเงินรับของร้านสมมติลงในตาราง กำหนดวันที่ เลขอ้างอิง คำอธิบาย และจำนวนเงินให้ครบ จากนั้นจับคู่แต่ละแถวกับใบสั่งซื้อ ใบเสร็จ หรือหลักฐานการโอนที่สร้างขึ้นสำหรับโจทย์
เปรียบเทียบยอดขายกับยอดเงินเข้าทีละรายการ หากยอดต่างกัน ให้จดเหตุผลที่ตรวจสอบได้ เช่น ลูกค้ายังไม่ได้จ่ายครบ แล้วลองอธิบายให้เพื่อนฟังว่าเดือนนี้ร้านขายได้เท่าไร รับเงินจริงเท่าไร และควรติดตามเรื่องอะไรต่อ
สาขาการบัญชีของสถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่นให้ปริญญาบัญชีบัณฑิต (บช.บ.) แผนการศึกษาบนเว็บไซต์คณะมีทั้งพื้นฐานการบัญชี การวิเคราะห์ต้นทุน การใช้ระบบสารสนเทศกับงานบัญชี และการสอบบัญชี ควบคู่กับภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ ผู้สนใจสามารถใช้แผนนี้ดูว่าตนเองอยากฝึกด้านใดเป็นพิเศษ
ถ้าชอบจัดรายการและตามหาหลักฐาน ลองอ่านรายละเอียดงานทำบัญชีและงานตรวจสอบภายใน ถ้าชอบหาว่าต้นทุนเปลี่ยนอย่างไรและส่งผลต่อการตัดสินใจแบบไหน ลองสำรวจงานด้านบัญชีบริหาร ส่วนคนที่สนใจการไหลของข้อมูลตั้งแต่ต้นทางถึงรายงานสามารถดูตัวอย่างงานด้านระบบบัญชีได้ ทั้งหมดเป็นกลุ่มงานที่หน้าแนะนำหลักสูตรระบุไว้
ก่อนเลือกเรียน ลองทำโจทย์ร้านค้าหนึ่งครั้ง แล้วสังเกตว่าชอบส่วนไหนมากที่สุด ระหว่างการตรวจเอกสาร การคำนวณต้นทุน และการอธิบายผลให้ผู้อื่นเข้าใจ จากนั้นนำคำถามไปอ่านต่อในแผนการศึกษาของหลักสูตร
SHARE :